เฟอร์นานโด ซอร์ เกิดในกรุงบาเซโลน่า ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1778 พ่อของซอร์คือ ฮวน(๋Juan) เป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษในทางกีตาร์ด้วย ซึ่งในช่วงเวลานั่นกีตาร์สายค่ยังปรากฎใช้กันอยู่ แม้แต่ซอร์เองก็เคยใช้กีตาร์สาย 6 คู่ ฝึกหัดเป็นพืนฐาน ความจริงแล้ว ซอร์ควรจะได้ เป็นนายทหารหรือทํางานเป็นผู้บริหารงานสักอย่างหนึ่งตามสถานที่ทํางานทั่ว ๆ ไป ซึ่งเขาเองก็ได้เตรียมตัว และมุ่งหวังไว้เช่นนั่น แต่แผนการณ์ที่ได้วางไว้ก็จบสิ้นลงเมื่อพ่อของเขาถึงแก่กรรมลงในปี ค.ส. 1790 แต่อยางไรก็ดี ซอร์ก็ยังโชคดีพอที่จะได้ศึกษาต่อในวัดแห่งหนึ่ง ซอร์เข่าศึกษาในวัดที่เมืองมอนท์เซอราท (MONTSERAT) และที่นั่นเขาได้ศึกษาพื้นฐานทางการประสานเสียง (HARMONY) วิชาเคาน์เตอร์พอยท์ (COUNTERPOINT) และวิชาการประพันธ์ดนตรี
ซอร์ออกจากวัดแห่งนั่นเมื่อเขาอายุได้ 17 ปี และกลับไปยังกรุงบาเซลโลน่าที่ ซึ่งเขาตั่งใจว่าจะได้ ศึกษาการเล่นกีตาร์ ในช่วงเวลานั่นแนวทางในการประพันธ์บทเพลงตลอดจนรูปแบบต่างๆ ในการเล่นของ มอเรททิมีอิทธิพลต่อซอร์มาก นอกจากนั้นซอร์ยังสนใจในการประพันธื์อุปรากร (OPERA) ด้วย บทประพันธื ตลอดจนงานแสดงอุปรากรของชาวอิตาเลียนมีอิทธิพลกับเขามาก จนกระทั่งทําให้เขาเกิดแรงบันดาลใจ ในการประพันธ์อุปรากรเรื่องแรกขึ้นคือ (TELEMACO EN LA ISLA DE CALIPSO) ซึ่งได้นัาออกแสดง เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปี ค.ส. 1797 ทําให้ซอร์รู้สึกประสบความสําเร็จและภาคภูมิใจในตัวเองมาก
หลังจากนั้นอีกไม่นาน ซอร์เดินทางไปยังกรุงแมดริด ที่นั่นเขาได้รับการอุปการะจากภรรยาของ ดยุคแห่งอัลบา (ALBA)จนกระทั่งผู้อุปการะถึงแก่กรรมลงในปี ค.ส. 1802 ช่วงนั้นทําให้ซอร์ขาดการอุปการะ แต่เขาก็ยังโชคดีที่ได้มาอยู่ในความคุ้มครองของดยุคแห่งเมดิน่า-เซลี่ (MEDIAN-CELI) ที่นั่น ซอร์สนุกกับ งานที่ค่อนข้างสบาย โดยที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้บริหารงานย่อยๆ และในช่วงเวลานั้น ซอร์ได้ประพันธ์ บทเพลงซิมโฟนี่ 2บท สตริงก์ ควอร์เตท 3 บทและบทเพลงร้องอีกหลายบทด้วยกัน แต่วิถีทางการเมืองได้ ทําลายความสงบและชีวิตที่ราบเรียบของเขาลง โดยที่นโปเลียนเข้ารุกรานประเทศสเปนโดยบังคับให้กษัตริย์ สละราชบัลลังก์ และได้แต่งตั่งน้องชายคือ โจเซฟ (JOSEPH) ขึ้นครองราชแทน ซึ่งในเวลานั้นซอร์ เองก็เห็นด้วยกับฝรั่งเศส แต่ต่อมาเมื่อประเทศสเปนได้รับอิสระภาพอีกครั้งหนึ่ง ซอร์ก็ได้เดินทางข้ามพรมแดน ไปยังฝรั่งเศสในปี ค.ศ. 1813และช่วงเวลานั่นเองที่ซอร์ได้ตัดอักษร " S " ซึ่งแต่เดิมเคยต่อจากชื่อสกุล ดั้งเดิมของเขาคือ SORS ออกไป แต่การตัดอักษร " S " ไปนั้นจะด้วยเหตุผลใดไม่เป็นที่ปรากฎ
ซอร์ย้ายมาอยู่ที่กรุงปรารีส 2 ปีในช่วงเวลานั้นผลงานการประพันธ์ของเขาก็ทยอยออกมาอีก ซึ่ง ซอร์เองก็เป็นครูสอนดนตรีด้วย แต่เนื่องจากการที่ไม่สามารถเข้าทํางานในโบสถ์แห่งราชสํานัก แห่งกรุงปารีส ได้ เลยทําให้ซอร์ตัดสินใจเดินทางไปยังกรุงลอนดอน ที่นั่นซอร์ออกแสดงคอนเสิร์ตจนได้รับความสํเร็จอย่างมาก
บริษัทผู้ผลิตละครและบัลเล่ต์เสอนงานให้แก่เขา ซึ่งทําให้งานบัลเล่ต์เกิดขึ้นอีกเรื้องหนึ่ง คือเซน ดริลลอน CENDRILLON)ผลจากความสําเร็จของงานบัลเล่ต์ทําให้ซอร์มีเงินลงทุนพอที่จะเดินทางท่องเที่ยว ได้ ซอร์เดินทางไปเปิดการแสดงคอนเสิร์ตที่กรุงมอสโค และก็ได้รับความสําเร็จ ของซอร์ซึ่งทําให้ซอร์มีชื่อเสียงมากขึ้นอีกคือจากการแสดงผลงานบัลเล่ต์สองเรื่องนั้นคือ (ALPHONSE) ETLEONORE ปี ค.ศ. 1824 (ออกแสดงครั้งแรกในกรุงลอนดอน ปี ค.ศ. 1820) และเซนดริลลอน จากความสําเร็จและความมีช์อเสียงทําให้ซอร์รับเชิญไปแสดงคอนเสิร์ตต่อหน้าพระที่นั่งในกรุงเซนต์ - ปีเตอร์สเบิร์ก (ST.PETERSBURG)พระราชีนีอลิซเบทได้สิ้นพระชนม์ลงเสียก่อน
ในปี ค.ศ. 1823 ซอรืแต่งงานกับเวอร์จินีย์ ฮลลิน (VIRGINIE HULLIN)ซึ่งเป็นนักแสดงระบําเอก ของคณะบัลเล่ต์แห่งกรุงปรารีส แต่ได้อย่าร้างกันและเธอแต่งงานใหม่ในปี ค.ศ. 1838 ภายหลังที่ได้ร่วมทาง กับซอรไปยังกรุงมอสโคและที่อื่นๆ ซอร์ได้กลับไปยังกรุงปารีสอีกครั้งหนึ่งซึ่งครั้งนี้เขากลับมาด้วยการพลาด ความสําเร็จในการแสดงบัลเล่ต์ของเขาคือ LE SICILIEN OU L,AMOUR PEINTER ภายหลังจากที่ ได้เยือนกรุงลอนดอนในเวลาอันสั้นแล้ว ซอร์ก็กลับไปยังกรุงปารีสและอยู่ที่นั่น จนกระทั่งถึงวาระสุดท้าย ในชีวิตของเขาในปี ค.ศ. 1839 ช่วงชีวิตสุดท้ายของซอรืได้ร่วมงานกับอกัวโด ซึ่งทั่งสองเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ถึงแม้ว่าทั้งซอร์และอกัวโดจะมีผลงานการประพันธ์และโครงสร้างทางดนตรีต่างกันก็ตาม ซอรืเคยอุทิศผลงาน ของเขาให้แก่อกัวโด ซึ่งผลงานนั้นเป็นผลงานประเภทดูเอท(DUET)ชื่อ เดอะ ทู เฟรนด์ส (THE TWOFRIENDS) ภายหลังอกัวโดย้ายกลับไปยังประเทศสเปนอันเป็นบ้านเกิดก่อนหน้าที่ซอรืจะเสียชีวิต 1 ปี และในช่วงปีสุดท้ายนั้นซอร์ยังออกแสดงคอนเสิร์ตและยังทํางานสอนกีตาร์อีกด้วย
หนึ่งในจํานวนลูกศิษย์ของเขา ซึ่งต่อมากลายเป้นผู้มีชื่อเสียงทางกีตาร์อีกผู้หนึ่ง คือนโปเลียน โคสเท่ (NAPOLEON COSTE ปี ค.ศ. 1806-1883) ภายหลังโคสเท่ได้ประสบอุบัติเหตุแขนขวาหัก
จากบันทํกของจูเลีย(JULIA)ในปีค.ศ. 1838 ซึ่งเป็นลูกสาวของซอร์ก่อนหน้าที่ซอร์จะถึงแก่กรรม ว่า สาเหตุการตายของซอร์ เกิดจากโรคมะเร็งที่ลิ้น ซึ่งเกือบจะทําให้เธอเสียสติจากความโศกเศร้าครั้ง ยิ่งใหญ่นั้น